มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด

 

การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก

 

ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ

โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน

ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา

จัดการเชิงรุกด้วยการตัดวงจรเชื้อ (Pathogen Elimination)

การควบคุม APP ที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการลดปริมาณเชื้อในตัวแม่หมูให้ต่ำที่สุดก่อนที่เชื้อจะแพร่สู่ลูก โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้:

การตัดวงจรโรคด้วย Forcyl Swine ในแม่หมูก่อนคลอด

การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่มีความเข้มข้นสูงและสามารถกระจายตัวเข้าสู่เนื้อเยื่อเป้าหมายได้ดีเป็นเครื่องมือที่จำเป็น Forcyl Swine (Marbofloxacin 16%) เป็นนวัตกรรมการรักษาแบบ Single injection Short Acting Antibiotic  (SISAAB) ที่มีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
  • Rapid Absorption & Concentration-Dependent: ตัวยา Marbofloxacin จะดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อในระบบทางเดินหายใจได้อย่างรวดเร็ว โดยมีค่า Cmax ที่สูงกว่าเชื้อ APP หลายเท่าตัว
  • Tonsil Penetration: ตัวยา Marbofloxacin ใน Forcyl Swine สามารถแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อของทอนซิลและของเหลวที่บุผิวทางเดินหายใจได้ดี สามารถทำลายเชื้อ APP ที่กำลังแบ่งตัวในช่วงก่อนคลอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การฉีด Forcyl Swine ให้แม่หมู 1-2 วันก่อนคลอด จะช่วยลดจำนวนเชื้อ (Bacterial Load) ในช่องปากและจมูกของแม่หมู ลดความเสี่ยงที่ลูกหมูจะได้รับเชื้อในช่วง 24-48ชั่วโมงแรกเกิด เป็นการตัดวงจรของเชื้อในช่วงก่อนไปถึงหมูขุนได้โดยตรง

การสร้างภูมิคุ้มกันระดับฝูงด้วยโปรแกรมวัคซีน

การลดจำนวนเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะต้องทำควบคู่ไปกับการสร้าง “เกราะป้องกัน” ที่ยั่งยืน

วัคซีนที่เราเลือกใช้คือวัคซีน NISSEIKEN AP125RX

เนื่องจากวัคซีน APP ที่ดีต้องไม่ได้ป้องกันแค่ตัวเชื้อ (Bacterin) แต่ต้องป้องกันสารพิษ (Exotoxins) ที่เชื้อสร้างขึ้นด้วย เนื่องจากสารพิษ Apx I, II และ III คือตัวการหลักที่ทำให้เนื้อปอดตาย (Necrosis) และเลือดออก AP125RX เป็นวัคซีนที่มีความจำเพาะสูงต่อซีโรไทป์ 1, 2 และ 5 ที่พบแพร่ระบาดในประเทศไทย และมีส่วนประกอบของ Toxoid ที่ครอบคลุมทั้ง Apx I, II และ III จึงสามารถลอความสูญเสียที่เกิดจากการติดเชื้อ APP ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ตัวอย่างโปรแกรมวัคซีนที่ฟาร์มควรมี (Vaccination Program)

  • หมูสาวทดแทน (Replacement Gilts):
    • ฉีดวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ ก่อนเข้ารวมฝูง เพื่อปรับสถานะภูมิคุ้มกันให้เท่าเทียมกับแม่หมูเดิมที่อยู่ในฝูง
  • แม่หมู (Sows):
    • ฉีดวัคซีนกระตุ้นก่อนคลอดประมาณ 3-5 สัปดาห์ เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกันในนมน้ำเหลือง (Colostral Immunity) ซึ่งจะช่วยส่งผ่านภูมิคุ้มกันไปยังลูกหมูได้ยาวนานลดการติดเชื้อจากแม่
  • หมูขุน:
    • ฉีดวัคซีนให้หมูหย่านม อายุประมาณ 6-8 สัปาดห์ เป็นเข็มแรก
    • หลังจากนั้นฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 2 ที่อายุประมาณ 10-12 สัปดาห์

การไหลหมู (Pigflow Management) ที่ถูกต้อง ลดการเกิดโรค

การใช้ยาและวัคซีนจะล้มเหลวทันทีหากการจัดการทางกายภาพบกพร่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การไหลหมู”

Strict All-in/All-out (เน้นการเข้าหมด-ออกหมด)

ต้องระลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรมีการนำหมูต่างรุ่นมาเลี้ยงรวมกันในคอกเดียวกันโดยเด็ดขาด การย้ายหมูออกหมดและทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค จะช่วยลดสะสมของเชื้อในสิ่งแวดล้อมได้ดี

การคัดขนาดและการเคลื่อนย้าย

สำหรับฟาร์มที่มีความเสี่ยงต่อโรค APP ควรลดการจัดขนาดหมูข้ามคอกหรือข้ามกลุ่มหลังจากหมูหย่านมไปแล้วเกิน 1 สัปดาห์ เนื่องจากการรวมฝูงใหม่จะกระตุ้นความเครียดและทำให้หมูที่เป็นพาหะของโรคขับเชื้อ APP ออกมาแพร่กระจายสู่หมูตัวอื่นๆ ที่จับมารวมกัน ส่งผลให้จำนวนหมูที่ได้รับเชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย

การจัดการสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ไม่อาจละเลยได้คือ ความเข้มข้นของก๊าซแอมโมเนียที่สูงเกิน 10-20 ppm จะทำลายซีเลีย (Cilia) ในทางเดินหายใจ ทำให้เชื้อ APP ที่รอจังหวะอยู่ในทอนซิลสามารถเคลื่อนตัวลงสู่ปอดได้ง่ายขึ้น การระบายอากาศจึงเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ต้องจัดการเป็นลำดับต้นๆ

แนวทางการติดตามและประเมินผล (Monitoring & Surveillance)

เพื่อให้มั่นใจว่าโปรแกรม “Forcyl + AP125RX + Pigflow” ได้ผล ฟาร์มควรมีระบบติดตามดังนี้:
  1. การตรวจทางซีรั่มวิทยา (Serology): สุ่มตรวจเลือดแม่หมูและหมูขุนเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของระดับภูมิคุ้มกัน (Sero-profiling)
  2. Abattoir Monitoring (Lung Scoring): ตรวจรอยโรคที่โรงฆ่าเพื่อประเมินค่าเฉลี่ยความเสียหายของปอด (Pleuritis score) รอยโรคของ APP มักจะเห็นเป็นพังผืดติดซี่โครง (Pleurisy) ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อในอดีต
  3. Tonsil PCR: ในกรณีที่ต้องการยืนยันสถานะการเป็นพาหะของแม่พันธุ์สาวที่นำเข้าใหม่ เพื่อป้องกันการนำเชื้อสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ฟาร์ม

การจัดการเชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลของแม่หมู ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยีทางยาอย่าง Forcyl Swine เพื่อลดภาระเชื้อในช่วงวิกฤต การใช้AP125RX เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และการจัดการ Pigflow ที่เคร่งครัด การมุ่งเน้นที่ตัวแม่พันธุ์ไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการตายในหมูขุน แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเติบโต (ADG) และลดค่าสัมประสิทธิ์การเปลี่ยนอาหาร (FCR) ซึ่งนำไปสู่ความยั่งยืนของฟาร์มในระยะยาว

 

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. Gottschalk, M. (2019). Actinobacillus pleuropneumoniae. In: Zimmerman, J.J., et al. (Eds.), Diseases of Swine, 11th Edition, Wiley-Blackwell, pp. 749-766.
  2. Sjölund, M., & Wallgren, P. (2010). “Direct and indirect effects of antimicrobial treatment of sows against Actinobacillus pleuropneumoniae on their offspring.” Journal of Veterinary Medicine, Series A, 57(9), 459-464.
  3. Toelboell, T., et al. (2015). “Dynamics of Actinobacillus pleuropneumoniae colonization in tonsils of sows and their piglets.” Veterinary Microbiology, 175(2-4), 353-359.
  4. Assavacheep, P. (2021). “Effective Control of Respiratory Diseases in Swine Production: The Role of Strategic Medication and Vaccination.” Thai Journal of Veterinary Medicine Supplement.
  5. Dubosca, J. P., et al. (2014). “Marbofloxacin (Forcyl) in a single injection: Pharmacokinetics and efficacy against respiratory pathogens in pigs.” Journal of Swine Health and Production.
  6. Cruijsen, T. L., et al. (1995). “Effect of immunity on colonization and shedding of Actinobacillus pleuropneumoniae in pigs.” Veterinary Quarterly, 17(1), 22-26.

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใข้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุ้กกี้ได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และ สามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุ้กกี้ ได้โดยการคลิก การตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของเว็บไซต์ ได้แก่ คุกกี้ที่ทำให้เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่ขั้นพื้นฐานและช่วยให้การทำงานของเว็บไซต์ทำงานได้เป็นปกติ เช่น การเลื่อนสำรวจหน้าเว็บไซต์ หรือทำให้ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์เข้าสู่ระบบและสามารถเข้าถึงส่วนของเว็บไซต์ที่ถูกสงวนไว้ให้ใช้ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น โดยเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานอย่างถูกต้องได้เลยหากไม่มีการเก็บรวบรวมคุกกี้เหล่านี้ ดังนั้น ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานของคุกกี้ประเภทนี้ผ่านระบบของเว็บไซต์ของบริษัทได้ ทั้งนี้คุกกี้ประเภทนี้ไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลซึ่งสามารถระบุตัวตนของท่านได้อย่างเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด

  • คุกกี้เพื่อกำหนดเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้อาจถูกติดตั้งโดยพันธมิตรทางการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ของเรา โดยจะทำการจัดเก็บข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ของท่านว่า ท่านเข้าชมเว็บไซต์ใดบ้าง และเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางลิงก์ใดบ้าง บริษัทใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของท่านมากขึ้น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ด้วย หากท่านไม่อนุญาตให้ใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านจะได้รับการโฆษณาที่เฉพาะเจาะจงน้อยลง

บันทึก