
ในทางระบาดวิทยา การฉีดวัคซีนเป็นการ “ลดความรุนแรง” ของโรค แต่การป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ฟาร์มได้เลยคือ “คำตอบสุดท้าย” และเป็นเป้าหมายที่ยั่งยืนในการจัดการฟาร์ม เชื้อไวรัส FMD มีความสามารถในการแพร่กระจายผ่านปัจจัยแวดล้อมได้อย่างหลากหลาย ดังนั้นระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) จำเป็นต้องถูกยกระดับให้แข็งแกร่งเปรียบเสมือนเป็น “กำแพงเมืองจีน” ซึ่งสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงดังนี้
- การแบ่งเขตควบคุม: เป็นโซนสะอาด และโซนสกปรก
หัวใจสำคัญของระบบ Biosecurity คือการแยก “พื้นที่สะอาด” (ภายในฟาร์ม) ออกจาก “พื้นที่สกปรก” (ภายนอกฟาร์ม) อย่างเด็ดขาด โดยการกำหนดเส้นแบ่งที่ชัดเจน
- เขตวงนอก (Buffer Zone): เช่น พื้นที่จอดรถภายนอก จุดรับส่งอาหาร และจุดรับซื้อหมูเป็นและซากหมู พื้นที่นี้ต้องอยู่ห่างจากโรงเรือนอย่างน้อย 100-200 เมตร และมีระบบพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรครถยนต์ทุกคัน
- เขตวงใน (Production Zone): พื้นที่โรงเรือนที่อนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้วเท่านั้น โดยควรจัดให้มีจุดอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และรองเท้าบูท ที่ผ่านการฆ่าเชื้อโณคแล้ว
- จุดเปลี่ยนผ่าน (Danish Entry): ทุกจุดเชื่อมต่อระหว่างโซนต้องมีจุดเปลี่ยนรองเท้าและชุดปฏิบัติงาน รวมถึงอ่างล้างมือและอ่างจุ่มเท้าที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีความเข้มข้นของน้ำยาถูกต้อง
- การจัดการยานพาหนะ: จัดพาหะนำโรคที่อันตรายที่สุด
ยานพาหะนะจัดเป็นตัวกลางที่สามารถนำเชื้อ FMD จากฟาร์มหนึ่งไปสู่อีกฟาร์มหนึ่งได้ง่าย และสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถขนส่งหมูขุน รถขยะ รถขนส่งซากหมู และรถขนส่งอาหาร
- จุดส่งหมูนอกฟาร์ม (Transfer Station): ห้ามรถขนหมูจากภายนอกเข้ามาสัมผัสกับบริเวณโรงเรือนโดยเด็ดขาด ควรมีจุดถ่ายหมูที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการเดินย้อนกลับ (One-way flow) ของหมู หรือมีจุดขายหมูโดยเฉพาะแยกออกจากพื้นที่ฟาร์ม
- การฆ่าเชื้อ 3 ขั้นตอน:
-
- 1. Cleaning: ใช้น้ำเปล่าฉีดล้างอินทรียวัตถุ (ขี้หมู, ดิน) ออกให้หมด
- 2. Disinfecting: ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วถึงทุกซอกมุม (โดยเฉพาะล้อ บังโคลน รวมถึงใต้ท้องรถและภายในห้องโดยสาร)
- 3. Drying: ทิ้งไว้ให้แห้งเพื่อให้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้มีเวลาสัมผัสเชื้อโรค (Contact Time) และฆ่าเชื้อโณคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มาตรการสำหรับบุคคล บุคคลากร และปัจจัยสิ่งของที่นำเข้าฟาร์ม
คนจัดเป็นพาหะนำโรคที่มักถูกละเลย โดยเฉพาะพนักงานที่เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
- พนักงานหรือบุคคลภายนอกที่จะเข้าฟาร์ม ต้องมีการพักจากการสัมผัสหมูหรือพื้นที่เสี่ยงอื่นมาแล้วอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง
- จัดให้มีจุดอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าบูท: เป็นมาตรฐานบังคับที่ต้องทำอย่างเคร่งครัด รวมถึงการสระผมเนื่องจากเชื้อสามารถเกาะติดอยู่ตามเส้นผมและโพรงจมูกได้
- การฆ่าเชื้อวัสดุอุปกรณ์: พัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่นำเข้าฟาร์มต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรค เช่นรมก๊าซ (Fumigation) หรือการฉายรังสี UV-C ในตู้พักของอย่างน้อย15-30 นาที
- การจัดการน้ำและอาหารที่ถูกสุขลักษณะ: ปิดช่องทางหลักของเชื้อผ่านการกิน
เชื้อไวรัส FMD สามารถปนเปื้อนมากับวัตถุดิบอาหารและแหล่งน้ำผิวดินได้
- แหล่งน้ำ: หากใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต้องผ่านระบบการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน ให้อยู่ในระดับที่เชื้อ FMD ไม่สามารถทนอยู่ได้
- อาหารสัตว์: เลือกซื้ออาหารจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน GMP และมีระบบ Biosecurity ในการขนส่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงการใช้เศษอาหารจากครัวเรือนโดยเด็ดขาด
โดยสรุป ระบบ Biosecurity ไม่ได้วัดกันที่ความหรูหราของอุปกรณ์ แต่วัดกันที่ “ความเคร่งครัดของระเบียบปฏิบัติ” ที่แม่นยำ พนักงานแค่เพียงหนึ่งคนละเลยการเปลี่ยนรองเท้าบูท หรือรถหนึ่งคันล้างไม่สะอาด ก็เพียงพอที่จะทำให้ระบบทั้งหมดพังทลายลงได้

เอกสารอ้างอิง (References)
- Anderson, E. C. (1981). The role of fomites in the transmission of foot-and-mouth disease virus. Veterinary Research Communications, 4(1), 95-102.
- Bates, T. W., et al. (2003). Benefit-cost analysis of vaccination and biosecurity strategies for control of foot-and-mouth disease. Journal of the American Veterinary Medical Association, 223(3), 337-344.
- Amass, S. F., et al. (2003). Procedures for eliminating foot-and-mouth disease virus from human carriers. Revue Scientifique et Technique (OIE), 22(3), 791-795.
- กรมปศุสัตว์. (2565). มาตรฐานฟาร์มหมูและการจัดการระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity). กองควบคุมโรคระบาดสัตว์.
- World Organisation for Animal Health (WOAH). (2021). Terrestrial Manual: Foot and Mouth Disease (Infection with Foot and Mouth Disease Virus).

