รู้จักศัตรูตัวฉกาจของวงการปศุสัตว์: โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)

รู้จักศัตรูตัวฉกาจของวงการปศุสัตว์: โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD)

โรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) จัดเป็นโรคระบาดสัตว์ที่สำคัญที่สุดโรคหนึ่งในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูและสัตว์เคี้ยวเอื้องทั่วโลก ด้วยความสามารถในการแพร่กระจายที่รวดเร็วและผลกระทบที่รุนแรงต่อกระบวนการผลิต

 

 

  1. ทำความรู้จักเชื้อไวรัส FMD ที่พบบ่อยในไทย

เชื้อไวรัสปากและเท้าเปื่อย (FMD Virus) จัดอยู่ในวงศ์ Picornaviridae สกุล Aphthovirusเป็นเชื้อไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมสูงมาก โดยทั่วไปทั่วโลกมีทั้งหมด 7 ซีโรไทป์ (Serotypes) ได้แก่ O, A, C, Asia 1, SAT 1, SAT 2 และ SAT 3

สถานการณ์ในประเทศไทย:

จากการเฝ้าระวังของกรมปศุสัตว์และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ พบว่าซีโรไทป์ที่ระบาดเป็นประจำในประเทศไทยมี 2 ชนิดหลัก คือ:

  • Type O: เป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุด มีความสามารถในการระบาดวงกว้างและรุนแรงในหมู

  • Type A: พบการระบาดรองลงมา มักมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง ทำให้การเลือกใช้วัคซีนต้องมีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

เชื้อไวรัส FMD มีความทนทานในสิ่งแวดล้อมได้ดี โดยเฉพาะในสภาวะที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ แต่จะถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อนและสารเคมีที่มีค่า pH ต่ำกว่า 6.0 หรือ สูงกว่า 9.0

  1. ทำไมหมูถึงติดโรคได้ง่ายกว่าสัตว์ชนิดอื่น?

แม้ว่าสัตว์กีบคู่ทุกชนิด (วัว, ควาย, แพะ, แกะ) จะติดเชื้อ FMD ได้ แต่หมูมีลักษณะทางชีวภาพและพฤติกรรมการจัดการฟาร์มที่ทำให้การระบาดรุนแรงเป็นพิเศษ ดังนี้:

  • หมูจัดเป็น “โรงงานผลิตไวรัส” เนื่องจากเมื่อหมูติดเชื้อ FMD จะสามารถปล่อยเชื้อออกมาทางสิ่งคัดหลั่งในปริมาณที่ สูงกว่าวัวถึง 1,000 เท่า

  • การเลี้ยงแบบหนาแน่น: การเลี้ยงหมูในระบบอุตสาหกรรมมักมีการรวมกลุ่มกันในโรงเรือนที่จำกัด ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อ FMD ได้อย่างรวดเร็ว

  • หมูมีความไวต่อเชื้อผ่านการกิน: หมูมักติดเชื้อผ่านการกินเศษอาหารหรือวัตถุดิบที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นช่องทางที่ทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรงและเริ่มเพิ่มจำนวนในต่อมทอนซิลทันที

  1. ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: เมื่อ FMD มา กำไรจะหายไปทางไหน?

ผลกระทบของ FMD ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่การตายของสัตว์ แต่ยังรวมถึงความสูญเสียแฝงที่ทำลายโครงสร้างต้นทุนของฟาร์มในระยะยาว :

 

เอกสารอ้างอิง (References)

  1. กรมปศุสัตว์. (2566). รายงานสถานการณ์โรคระบาดสัตว์ประจำปี. กองควบคุมโรคระบาดสัตว์, กรุงเทพฯ.
  2. Grubman, M. J., & Baxt, B. (2004). Foot-and-mouth disease. Clinical Microbiology Reviews, 17(2), 465-493.
  3. Alexandersen, S., et al. (2003). The pathogenesis and diagnosis of foot-and-mouth disease. Journal of Comparative Pathology, 129(1), 1-36.
  4. World Organisation for Animal Health (WOAH). (2023). Technical Disease Cards: Foot and Mouth Disease.
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใข้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุ้กกี้ได้ที่ นโยบายคุ้กกี้ และ สามารถเลือกตั้งค่ายินยอมการใช้คุ้กกี้ ได้โดยการคลิก การตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับคุกกี้ทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของเว็บไซต์ ได้แก่ คุกกี้ที่ทำให้เว็บไซต์สามารถทำหน้าที่ขั้นพื้นฐานและช่วยให้การทำงานของเว็บไซต์ทำงานได้เป็นปกติ เช่น การเลื่อนสำรวจหน้าเว็บไซต์ หรือทำให้ผู้เข้าชม/ผู้ใช้เว็บไซต์เข้าสู่ระบบและสามารถเข้าถึงส่วนของเว็บไซต์ที่ถูกสงวนไว้ให้ใช้ได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น โดยเว็บไซต์จะไม่สามารถทำงานอย่างถูกต้องได้เลยหากไม่มีการเก็บรวบรวมคุกกี้เหล่านี้ ดังนั้น ท่านไม่สามารถปิดการใช้งานของคุกกี้ประเภทนี้ผ่านระบบของเว็บไซต์ของบริษัทได้ ทั้งนี้คุกกี้ประเภทนี้ไม่ได้มีการจัดเก็บข้อมูลซึ่งสามารถระบุตัวตนของท่านได้อย่างเฉพาะเจาะจงแต่อย่างใด

  • คุกกี้เพื่อกำหนดเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้อาจถูกติดตั้งโดยพันธมิตรทางการตลาดผ่านทางเว็บไซต์ของเรา โดยจะทำการจัดเก็บข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ของท่านว่า ท่านเข้าชมเว็บไซต์ใดบ้าง และเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทางลิงก์ใดบ้าง บริษัทใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของท่านมากขึ้น บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์เหล่านี้ด้วย หากท่านไม่อนุญาตให้ใช้คุกกี้ประเภทนี้ ท่านจะได้รับการโฆษณาที่เฉพาะเจาะจงน้อยลง

บันทึก