วัคซีนคือเกราะป้องกัน : ใช้อย่างไรให้ภูมิแข็งแกร่ง

ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมู วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD Vaccine) คือเครื่องมือหลักในการลดความสูญเสีย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกษตรกรพบบ่อยคือ “ฉีดวัคซีนแล้วแต่ทำไมยังคุมไม่อยู่?” บทความนี้จะเจาะลึกถึงหลักการเลือกใช้วัคซีน การจัดการระบบห่วงโซ่ความเย็น และโปรแกรมการฉีดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้มั่นใจว่าหมูจะมีระดับภูมิคุ้มกันที่เพียงพอต่อการป้องกันโรค

  1. การเลือกชนิดของวัคซีน: ต้องตรงสายพันธุ์

ความท้าทายของการเลือกวัคซีนป้องกันไวรัส FMD ได้แก่ความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัส เนื่องจากไวรัส FMD ประกอบด้วยหลายซีโรไทป์ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ของโลกเกิดการระบาดจากเชื้อไวรัสที่ต่างสายพันธุ์กัน และภูมิคุ้มกันที่ได้ ไม่สามารถป้องกันโรคข้ามซีโรไทป์ได้ ดังนั้นการเลือกวัคซีนที่ผลิตขากเชื้อที่ตรงกับซีโรไทป์ที่เกิดการระบาดในพื้นที่ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

  • วัคซีนป้องกัน FMD เป็นชนิดเชื้อตาย (Inactivated Whole Virus Vaccine): จัดเป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด โดยใช้สื่อที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำมัน (Oil-based) เพื่อให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ยาวนานขึ้น
  • เชื้อไวรัสวัคซีนต้องตรง Serotype: ต้องตรวจสอบว่าวัคซีนที่ใช้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ระบาดในพื้นที่หรือไม่ เช่น ในไทยต้องครอบคลุม Serotype O  และ Serotype A * ค่าความแรงของวัคซีน (Potency): ควรเลือกวัคซีนที่มีค่า PD50 (50% Protective Dose) ตั้งแต่ 6PD50 ขึ้นไปสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง หรือพื้นที่ที่เกิดการระบาดของโรค เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบเฉียบพลันได้
  • ผ่านการทดสอบการฉีดเชื้อพิษ (Challenge Test): เป็นการทดสอบความสามารถในการทนต่อการติดเชื้อในตัวสัตว์จริงๆ โดยทำการฉีดเชื้อสายพันธุ์ที่มีการระบาดในพื้นที่หรือโซนที่ใกล้เคียงกัน
  1. การจัดการห่วงโซ่ความเย็น

ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลงทันทีหากการเก็บรักษาไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากเชื้อตายและสารเสริมฤทธิ์หรือสื่อของวัคซีนอาจมีการเสื่อมสภาพได้

  • อุณหภูมิที่เหมาะสม: ต้องเก็บที่ 2°C ถึง 8°C ตลอดเวลา (ห้ามแช่แข็งเด็ดขาด เนื่องจากจะมีผลต่อโครงสร้างของไวรัส และการเสื่อมสภาพของวัคซีน)
  • การเคลื่อนย้าย: ควรใช้กล่องโฟมบรรจุน้ำแข็ง และหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
  • การเตรียมก่อนฉีด: ควรนำวัคซีนออกมาวางที่อุณหภูมิห้องสักครู่ก่อนฉีด (Warm vaccine) เพื่อลดความหนืดและลดความเครียด/อาการแพ้วัคซีนในหมู
  1. โปรแกรมการฉีดและการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

การฉีดวัคซีนอาจให้ผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีพอหากทำไม่ถูกช่วงเวลา หรือความครอบคลุมไม่ถึง 80% ของประชากรในฝูง

  • ในลูกหมู: ต้องระวัง ภูมิคุ้มกันจากแม่” (Maternally Derived Antibodies: MDA)หากฉีดในลูกหมูอายุน้อยเกินไปภูมิคุ้มกันจากแม่อาจทำลายวัคซีน แนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกที่อายุ 8–10 สัปดาห์ และต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นเป็นเข็มที่สองหลังจากเข็มแรก 3–4 สัปดาห์
  • ในแม่พันธุ์: ควรฉีดกระตุ้นทุก 4–6 เดือน หรือฉีดก่อนคลอด 4 สัปดาห์เพื่อให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกันผ่านนมน้ำเหลือง (Colostrum)
  • เทคนิคการฉีด: ใช้เข็มที่สะอาด (เปลี่ยนเข็มทุกเล้า หรือทุก 10 ตัว) และฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular) บริเวณหลังใบหูในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  1. ปัจจัยที่ทำให้การใช้วัคซีนล้มเหลว (Vaccination Failure)

  • หมูอยู่ในสภาวะเครียด: เช่นความเครียดจากสภาพแวดล้อม การฉีดวัคซีนมนช่วงที่มีอากาศร้อนจัด หรือเพิ่งทำการเคลื่อนย้ายหมูมาจากที่อื่น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มที่
  • การปนเปื้อนเชื้อในฟาร์ม: หากเชื้อไวรัส FMD ในพื้นที่ความเข้มข้นสูงมาก (High viral load) ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนอาจต้านทานไม่อยู่
  • สุขภาพโดยรวม: หมูที่ป่วยด้วยโรคอื่น (เช่น PRRS) จะมีประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อ FMD ลดลง

 

 

เอกสารอ้างอิง (References)

  • Doel, T. R. (2003). FMD vaccines. Virus Research, 91(1), 81-99.
  • Paton, D. J., et al. (2005). Selection of foot and mouth disease vaccine strains—a review. Revue Scientifique et Technique (OIE), 24(3), 981-993.
  • Black, L., et al. (1984). Adjuvants for foot-and-mouth disease viraemia in pigs. Journal of Biological Standardization, 12(1), 59-69.
  • สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. (2566). คำแนะนำการใช้และจัดเก็บวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย. กรมปศุสัตว์.
  • Park, J. H. (2013). Control of foot-and-mouth disease during outbreaks through vaccination. Biomed Research International, 2013, 730591.
บทความอื่นๆ
ความเครียดจากความร้อน ภัยเงียบที่ห้ามมองข้าม

            สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตไม่แพ้โรคระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุกรในเล้าคลอดที่ค่อนข้างมีความไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น             เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา การระบายความร้อนจึงทำได้ยาก เมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดสุกรจะระบายความร้อนด้วยการหอบหายใจถี่ ๆ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลือด จนนำไปสู่ภาวะ เลือดเป็นด่าง (Respiratory Alkalosis) ซึ่งภาวะนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบการทำงานของร่ายกายเกิดความผิดปกติ            ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้แม่สุกรกินอาหารได้น้อยลง จนต้องดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้แม่สุกรผอมโทรม มีแผลที่หัวไหล่ และยังส่งผลกระทบต่อรอบการผลิตถัดไป ทำให้อัตราการผสมติดต่ำลง นอกจากนี้ ภาวะเลือดเป็นด่าง จะทำให้ระดับแคลเซียมอิสระในเลือดต่ำลง ส่งผลให้มดลูกไม่มีแรงบีบตัว ระยะเวลาคลอดจึงยาวนานขึ้นเกิน 3-4 ชั่วโมง  เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตายแรกคลอด (Stillborn) สูงขึ้นจากการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ […]

15 Jun 2026
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save