จากพ่อพันธุ์สู่น้ำเชื้อ เส้นทางในการเพิ่มผลผลิตอย่างก้าวกระโดด “เทคนิคการเตรียมน้ำเชื้อที่ดี”

จากพ่อพันธุ์สู่น้ำเชื้อ เส้นทางในการเพิ่มผลผลิตอย่างก้าวกระโดด “เทคนิคการเตรียมน้ำเชื้อที่ดี”

ต่อจากบทความที่แล้วเรื่อง “เคล็ดไม่ลับการเลี้ยงพ่อหมูอย่างมีคุณภาพได้อธิบายถึง การคัดเลือกหมูหนุ่มมาเป็นพ่อพันธุ์ การจัดการและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรือนพ่อพันธุ์ เพื่อให้พ่อพันธุ์ในฟาร์มมีคุณภาพที่ดีขึ้น ดังนั้นในบทความนี้ทางแอมโก้ เวท จะมาแนะเทคนิคการเตรียมน้ำเชื้อที่ดีมีคุณภาพ เริ่มตั้งแต่การฝึกรีดน้ำเชื้อของพ่อหนุ่ม ถัดมาจะเป็นวิธีการรีดเก็บน้ำเชื้อ จนไปถึงขั้นตอนในการตรวจสอบคุณภาพน้ำเชื้อทางห้องปฏิบัติการเพื่อการผลิตน้ำเชื้อที่มีคุณภาพดี นำไปสู่การก้าวกระโดดในการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตในฟาร์ม

 

เทคนิคการฝึกรีดน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์

การรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์อย่างถูกต้องและเหมาะสมส่งผลต่อคุณภาพของน้ำเชื้อ  ซึ่งก่อนที่เราจะรีดน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ได้นั้น เราต้องเริ่มจากการฝึกพ่อหนุ่มรีดน้ำเชื้อก่อน โดยก่อนเริ่มฝึกจะต้องแยกพ่อหนุ่มไปยืนซองเดี่ยวเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน และควรรอให้พ่อพันธุ์เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ก่อนจะเริ่มฝึกรีด เพื่อประสิทธิภาพที่ดีและอายุการใช้งานที่ยืนยาว โดยทั่วไปแล้วอายุที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ขึ้นอยู่กับพ่อพันธุ์แต่ละตัว สำหรับพ่อพันธุ์แท้ มักจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ที่อายุประมาณ 6-7 เดือน (24-28 สัปดาห์) หลังจากฝึกรีดแล้วต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำเชื้อทางห้องปฏิบัติการก่อนทุกครั้งเพื่อรับรองว่าน้ำเชื้อจากพ่อตัวนั้นมีคุณภาพดีเพียงพอที่จะนำมาใช้งาน

 

เคล็ดลับในการฝึกรีดน้ำเชื้อ

  • ฝึกรีดน้ำเชื้อพ่อหนุ่มวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที

  • เว้นระยะห่างในการฝึก 1-2 วัน

  • โรยอาหารบนดัมมี่เพื่อดึงดูดความสนใจของพ่อพันธุ์

  • ลดพื้นที่รอบดัมมี่ โดยอาจใช้กระดานหรือไม้กั้น เพื่อดันตัวพ่อพันธุ์ให้ขึ้นดัมมี่โดยง่าย

 

 

การเตรียมตัวก่อนการรีดเก็บน้ำเชื้อ

พ่อพันธุ์ที่จะรีดน้ำเชื้อนั้น ควรผ่านการฝึกรีดน้ำเชื้อและตรวจคุณภาพน้ำเชื้อ โดยก่อนการรีดน้ำเชื้อนั้น เราควรเตรียมพื้นที่ในการรีดน้ำเชื้อ และเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรีดน้ำเชื้อให้พร้อม ดังนี้

 

การเตรียมพื้นที่รีดน้ำเชื้อ

 

 

  1. หุ่นรีดน้ำเชื้อหรือดัมมี่: ควรจะสามารถปรับระดับความสูงให้เหมาะสำหรับพ่อพันธุ์แต่ละตัวได้ และมีราวกั้นป้องกันพ่อพันธุ์ลื่นและลดโอกาสที่ผู้รีดน้ำเชื้อจะได้รับบาดเจ็บขณะรีดน้ำเชื้อ

  2. พื้นคอกรีดต้องไม่ลื่น พ่อพันธุ์ขึ้นดัมมี่ได้ง่าย และปูวัสดุรองพื้นเพื่อกันลื่น เช่น ผ้ากระสอบ เป็นต้น

 

การเตรียมอุปกรณ์รีดน้ำเชื้อ

 

 

  1. ถุงมือยางไวนิลแบบใช้แล้วทิ้ง หลีกเลี่ยงการใช้ถุงมือยางแบบมีแป้ง เนื่องจากถุงมือแบบมีแป้งจะทำให้อสุจิตายได้

    ควรสวมถุงมือ 2 ชั้น

  2. กระบอกรีดน้ำเชื้อที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ ใส่ถุงพลาสติกลงในกระบอกรีดน้ำเชื้อ และวางแผ่นผ้าก๊อซ 2 ชั้น บนปากกระบอกรีดน้ำเชื้อ เพื่อช่วยกรองส่วนเม็ดสาคูไม่ให้ลงไปปนเปื้อนกับน้ำเชื้อ

  3. เตรียมอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ เทอร์โมมิเตอร์ สมุดบันทึก ผ้าสำหรับเช็ดทำความสะอาด และถุงขยะสำหรับทิ้งถุงมือที่ใช้แล้ว

  4. กล่องอุปกรณ์เตรียมไว้สำหรับการรีดแต่ละครั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและการหยิบใช้ง่ายในพื้นที่การรีด

 

การรีดน้ำเชื้อ

 

 

1. ขั้นตอนแรกเริ่มจากการนำดัมมี่เข้าไปในคอกพ่อพันธุ์

 

    • ควรรีดน้ำเชื้อในคอกของพ่อพันธุ์ตัวนั้น ๆ เพื่อความสะดวกและลดความเครียดของพ่อพันธุ์ ดัมมี่ควรถูกออกแบบให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย และควรวางไว้ใกล้ประตูคอกเพื่อความสะดวกในการนำเข้า-ออก คอกพ่อพันธุ์ควรมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการขึ้นและลงของดัมมี่

 

 

2. ก่อนเริ่มการเก็บน้ำเชื้อ ต้องมีการบีบนวดหนังหุ้มอวัยวะเพศของพ่อพันธุ์เพื่อเอาปัสสาวะออกและขจัดสิ่งสกปรก จากนั้นถอดถุงมือชั้นแรกออก แล้วเปลี่ยนถุงมือใหม่อีกครั้ง

 

3. กระตุ้นให้อวัยวะเพศแข็งตัวและยื่นออกมา เมื่อพ่อพันธุ์เริ่มเกร็ง ให้รอประมาณ 5-8 วินาที

 

4. จากนั้นใช้กระบอกรีดน้ำเชื้อที่เตรียมไว้ โดยสวมถุงมือสะอาดและนำกระบอกมารองรับน้ำเชื้อใต้อวัยวะเพศ

  • ให้ปล่อยน้ำเชื้อส่วนแรกที่เป็นน้ำปัสสาวะและน้ำเชื้อใสทิ้งไป เก็บเฉพาะน้ำเชื้อส่วนหลัง และยกอวัยวะเพศของพ่อพันธุ์ให้สูงเพื่อช่วยป้องกันการปนเปื้อน โดยทั่วไปพ่อพันธุ์ใช้เวลาประมาณ 8-10 นาทีในการหลั่งน้ำเชื้อ
    ซึ่งในช่วงสุดท้ายจะมีลักษณะเป็นเจลลาตินหรือเม็ดสาคู

 

 

 

5. หลังจากการเก็บน้ำเชื้อเสร็จเรียบร้อย ควรให้อาหารพ่อพันธุ์ และทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการรีดน้ำเชื้อให้พร้อมสำหรับการใช้งานครั้งถัดไป เพื่อรักษาความสะอาดและคุณภาพน้ำเชื้อ

 

ทำแผนการรีดเก็บน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์แต่ละตัวให้เหมาะสม โดยดูจากจำนวนตัวอสุจิและคุณภาพของน้ำเชื้อ

 

การทดสอบคุณภาพน้ำเชื้อทางห้องปฏิบัติการ

 

หลังจากการรีดน้ำเชื้อควรมีการตรวจเช็คคุณภาพน้ำเชื้อก่อนนำมาใช้อยู่เสมอ โดยควรจะตรวจคุณภาพของน้ำเชื้อทันทีหลังรีดภายใน 20 นาที และควรแยกบริเวณระหว่างโรงเรือนพ่อพันธุ์และห้องตรวจปฏิบัติการออกจากกัน

 

การตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเชื้อเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยประเมินความสมบูรณ์ของน้ำเชื้อ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพก่อนนำไปใช้งาน เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบด้วยตาเปล่า น้ำเชื้อที่ปกติควรมีสีขาวน้ำนมหรือเหลืองอ่อน หากพบว่าน้ำเชื้อมีสีแดงหรือเหลือง อาจเกิดจากการปนเปื้อนเลือดหรือปัสสาวะ นอกจากนี้ การตรวจสอบกลิ่นก็มีความสำคัญ น้ำเชื้อไม่ควรมีกลิ่นปัสสาวะหรือกลิ่นผิดปกติใด ๆ

 

หลังจากการตรวจเบื้องต้นจะมีการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยเน้นการวิเคราะห์รูปร่างของอสุจิที่มีลักษณะสมบูรณ์ ไม่มีหางบิดงอ หางแยกเป็นสองแฉก หรือมีหยดน้ำติดอยู่บนหัวและหางของอสุจิ ร่วมกับการประเมินการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของอสุจิสามารถทำได้โดยการสังเกตด้วยตาเปล่า หากอสุจิอย่างน้อย 70% เคลื่อนที่ไปข้างหน้า น้ำเชื้อจะถือว่ามีคุณภาพดี หรืออาจใช้เครื่องมือ CASA system ในการคำนวณเพื่อความแม่นยำ

ความเข้มข้นของอสุจิจะถูกตรวจสอบโดยเครื่อง colorimeter หรือ photometer เพื่อคำนวณจำนวนโด๊สน้ำเชื้อที่สามารถผลิตได้ในแต่ละครั้ง หลังการตรวจวิเคราะห์ให้บันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ชื่อพ่อพันธุ์ หมายเลขประจำตัว วันที่และเวลาในการรีดน้ำเชื้อ ปริมาตรน้ำเชื้อ และผลการตรวจในระบบเพื่อติดตามและจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

การผลิตน้ำเชื้อสำหรับผสมเทียม

หลังจากน้ำเชื้อผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพแล้ว จะถูกนำมาเจือจางด้วยสารละลายน้ำเชื้อหรือเอกซ์เทนเดอร์ เพื่อเพิ่มปริมาตรน้ำเชื้อให้เพียงพอต่อการผสมพันธุ์แม่สุกร อีกทั้งยังช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของอสุจิ น้ำเชื้อที่เจือจางแล้วควรมีความเข้มข้นของอสุจิอย่างน้อย 2-3 พันล้านตัว โดยขั้นตอนการเจือจางและการจัดการมีดังนี้

 

 

 

1. เริ่มจากการละลายสารละลายน้ำเชื้อ (เอกซ์เทนเดอร์) กับน้ำกลั่นในภาชนะ

 

 

2. อุ่นสารละลายน้ำเชื้อ (เอกซ์เทนเดอร์) ในอ่างน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 30-35 องศาเซลเซียส เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาทีหรือจนกว่าสารละลายจะละลายอย่างสมบูรณ์

 

 

3. เมื่อเตรียมสารละลายเสร็จ แนะนำให้นำน้ำเชื้อที่เพิ่งรีดมา เทลงในสารละลายเพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิตาย และสารละลายที่เตรียมไว้ควรจะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกันกับน้ำเชื้อ (โดยปกติน้ำเชื้อที่พึ่งรีดมาจะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกายของพ่อสุกรที่ 35-37 องศาเซลเซียส)

4. เมื่อน้ำเชื้อถูกเจือจางแล้ว ควรตรวจสอบคุณภาพและทดสอบการมีชีวิตของอสุจิ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำเชื้อมีคุณภาพดี ก่อนนำไปบรรจุในภาชนะสำหรับการผสมเทียม เช่น ขวดหรือถุงพลาสติก เป็นต้น โดยกำหนดปริมาณน้ำเชื้อประมาณ
80-85 มิลลิลิตรต่อโด๊ส

5. ก่อนใช้น้ำเชื้อทุกครั้ง ควรมีการตรวจสอบคุณภาพอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำเชื้อยังคงมีคุณภาพดีและพร้อมสำหรับการผสมเทียม

 

การเก็บรักษาน้ำเชื้อ

สำหรับการเก็บรักษาน้ำเชื้อ ควรเก็บในตู้ที่สามารถรักษาอุณหภูมิ 16-18 องศาเซลเซียส และปฏิบัติตามข้อควรระวัง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการอุ่นหรือแช่เย็นน้ำเชื้อก่อนใช้งาน

  • ระวังไม่ให้น้ำเชื้อโดนแสงแดดโดยตรง

  • ในระหว่างวันควรพลิกกลับภาชนะบรรจุ 1-2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของน้ำเชื้อ

  • ควรทดสอบคุณภาพน้ำเชื้อก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

 

สาเหตุของความผิดปกติของอสุจิและคุณภาพน้ำเชื้อ

1. สาเหตุที่มาจากพ่อพันธุ์

  • ความผิดปกติทางโครงสร้าง เช่น อัณฑะบวมหรือฝ่อ เป็นต้น

  • พ่อพันธุ์ที่ใช้อายุน้อยเกินไป (<8 เดือน) ยังไม่สมบูรณ์พันธุ์ ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้งาน

  • พ่อพันธุ์ที่ใช้มีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป มักจะมีอสุจิที่มีลักษณะที่ผิดปกติมากขึ้น

2. สาเหตุที่มาจากโรคติดเชื้อและการป่วย

 

 

  • พีอาร์อาร์เอส (Porcine reproductive and respiratory syndrome)

  • โรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis)

  • โรคแท้งติดต่อหรือบรูเซลโลซิส (Brucellosis)

  • เชื้อแบคทีเรียที่ส่งผลให้คุณภาพน้ำเชื้อของพ่อหมูลดลง

  • โรคอหิวาต์สุกรทำให้อัณฑะฝ่อและสร้างอสุจิที่ผิดปกติมากขึ้น

  • สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้พ่อพันธุ์ป่วยมีไข้ (อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส) ทำให้เกิดความผิดปกติของน้ำเชื้อได้ทั้งแบบถาวรและแบบชั่วคราว ทำให้การเคลื่อนที่ของอสุจิลดลง ส่งผลให้เกิดความไม่สมบูรณ์พันธุ์

  1. สาเหตุจากการจัดการที่ผิดพลาด

  • การลดปริมาณอาหารพ่อพันธุ์ทำให้ความกำหนัดลดลงและส่งผลถึงคุณภาพน้ำเชื้อ

  • การรีดน้ำเชื้อถี่/บ่อยเกินไป

  • สารพิษเชื้อราในอาหาร

  • ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

  • อุณหภูมิโรงเรือนที่สูงเกินไป (>22 องศาเซลเซียส) ทำให้อสุจิมีลักษณะที่ผิดปกติ

กระบวนการผลิตน้ำเชื้อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยความละเอียดและความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลี้ยงดูแลพ่อพันธุ์ สภาพแวดล้อมโรงเรือนของพ่อพันธุ์ อาหารและโภชนาการ รวมไปถึงการจัดการต่าง ๆ ได้แก่ การฝึกรีดพ่อหนุ่ม ขั้นตอนการเก็บรีดน้ำเชื้อ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ไปจนถึงการเจือจางและการเก็บรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้น้ำเชื้อที่มีคุณภาพสูงสุด พร้อมสำหรับการใช้งานในกระบวนการผสมเทียม ถ้าสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมาได้จะช่วยให้มีอัตราผสมมติดมากกว่า98% ทางแอมโก้เวทหวังว่าบทความเรื่อง เทคนิคการเตรียมน้ำเชื้อที่ดี จะช่วยให้ผู้เลี้ยงสุกรสามารถนำเอาข้อมูลนี้ไปปรับใช้ และนำไปสู่การก้าวกระโดดในการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตในฟาร์มของทุกท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

บทความอื่นๆ
ความเครียดจากความร้อน ภัยเงียบที่ห้ามมองข้าม

            สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตไม่แพ้โรคระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุกรในเล้าคลอดที่ค่อนข้างมีความไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น             เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา การระบายความร้อนจึงทำได้ยาก เมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดสุกรจะระบายความร้อนด้วยการหอบหายใจถี่ ๆ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลือด จนนำไปสู่ภาวะ เลือดเป็นด่าง (Respiratory Alkalosis) ซึ่งภาวะนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบการทำงานของร่ายกายเกิดความผิดปกติ            ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้แม่สุกรกินอาหารได้น้อยลง จนต้องดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้แม่สุกรผอมโทรม มีแผลที่หัวไหล่ และยังส่งผลกระทบต่อรอบการผลิตถัดไป ทำให้อัตราการผสมติดต่ำลง นอกจากนี้ ภาวะเลือดเป็นด่าง จะทำให้ระดับแคลเซียมอิสระในเลือดต่ำลง ส่งผลให้มดลูกไม่มีแรงบีบตัว ระยะเวลาคลอดจึงยาวนานขึ้นเกิน 3-4 ชั่วโมง  เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตายแรกคลอด (Stillborn) สูงขึ้นจากการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ […]

15 Jun 2026
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save