ผลกระทบของการติดเชื้อร่วมกัน ระหว่างพาร์โวไวรัสและเซอร์โคไวรัสในสุกร

เชื้อพาร์โวไวรัส (Porcine parvovirus; PPV) และเซอร์โคไวรัส (Porcine circovirus type 2; PCV-2)  เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ในประชากรสุกรทั่วโลก โดยไวรัสทั้งสองชนิดนี้ สามารถเพิ่มจำนวนได้ในอวัยวะที่เซลล์ที่มีการ แบ่งตัวอยู่เสมอ เช่น ต่อมน้ำเหลือง, กล้ามเนื้อหัวใจ เป็นต้น การติดเชื้อร่วมกันของ PPV และ PCV-2 ในสุกรสาว และสุกรนางในช่วงอุ้มท้อง จะก่อให้เกิดการเพิ่มของจำนวนมัมมี่และลูกตายแรกคลอด รวมถึงลูกสุกรมีชีวิตที่ติดเชื้อ หรือมีการตอบสนองต่อการติดเชื้อเกิดขึ้น โดยทั้งหมดนี้เป็นข้อบ่งชี้ว่าสุกรแม่พันธุ์ในฝูงมีระดับภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ ในปัจจุบันสุกรแม่พันธุ์จะได้รับการฉีดวัคซีน PPV และ PCV-2  เป็นประจำเพื่อลดความเสียหายดังกล่าว เพื่อให้ เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในฝูงและสามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันผ่านนมน้ำเหลืองไปยังลูกสุกรแรกเกิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

สภาพการติดเชื้อในสุกรขุน

 

        แม้ว่า PCV-2 จะมีการศึกษาด้านการติดเชื้อและ ลักษณะการเกิดโรคอย่างในสุกรขุนมากมาย แต่ในส่วน ของการติดเชื้อ PPV นั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจในสุกร ขุนมากนัก เนื่องจากการติดเชื้อทางระบบสืบพันธุ์ของ  PPV ในสุกรขุนไม่ได้มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ จึง ทำให้ไม่มีการตรวจประเมินสภาพฝูงและแผนการควบคุม โรคมากนัก

        เชื้อ PPV เป็นเชื้อไวรัสที่เพิ่มจำนวนในลำไส้ของ สุกรโดยไม่ก่อให้เกิดอาการแสดง แต่เมื่อมีการติดเชื้อ ร่วมกันระหว่าง PPV และ PCV-2 จะทำให้อาการแสดง ของ PCV-2 ชัดเจนขึ้น โดยมีการศึกษาการติดเชื้อร่วม ของไวรัสสองชนิดนี้ทั้งในสุกรเลี้ยงและสุกรป่า

  เป็นที่ทราบกันดีว่าการติดเชื้อ PCV-2 เพียงอย่างเดียว สุกรมักไม่แสดงอาการ โดยการศึกษาในปี 1999 ได้มีการศึกษาผลของ PPV ต่อ PCV-2 ซึ่งพบว่าสุกรที่มีการติดเชื้อร่วมจะแสดงอาการ Postweaning  Multisystemic Weaning Syndrome (PMWS) ได้อย่างเด่นชัดมากขึ้น และนักวิจัยยังได้ทดลองกับสุกร ปลอดเชื้อ โดยใส่ infective materials จากสุกรที่ป่วยจากเชื้อในธรรมชาติและพบว่าสุกรปลอดเชื้อมีการตอบ สนองทางภูมิคุ้มกันที่จำเพาะกับ PPV และ PCV-2 อีกด้วย โดยงานวิจัยอีกหลายๆ งานยังแสดงให้เห็นถึงสุกร ที่ป่วยด้วย PCV-2 นั้น มักจะพบ PPV อยู่ด้วยตั้งแต่ 17.4% ในประเทศแคนาดา ไปจนถึง 25.6% (33/133  ตัวอย่าง) ในประเทศเกาหลีที่มีการตรวจพบ DNA ของ PPV ในตัวอย่างด้วยวิธี In situ hybridization อีกด้วย

 

 

เคสตัวอย่างของ PPV และโรคผิวหนังอักเสบในสุกร

(Exudative Epidermitis)

 

ในปี 2004 นักวิจัย Kim และ Chae ได้มีการเก็บ ตัวอย่างผิวหนังจากสุกรที่ป่วยเป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิด จากขึ้น Staphylococcus hyicus จำนวน 142 ตัวอย่าง มีการพบ PCV-2, PPV และการติดเชื้อร่วมของไวรัสสอง ชนิดในตัวอย่างคือ 8.5% (12/142), 11.3% (16/142) และ 42.3% (60/142) ตามลำดับ

การติดเชื้อร่วมที่ชัดเจนระหว่าง PCV-2 และ PPV ถูกพบในบริเวณที่ผิวหนักอักเสบตรงรอยต่อระหว่างผิวหนัง ชั้นกำพร้าและชั้นหนังแท้ (dermoepidermal junction), บริเวณพื้นผิวของชั้นหนังแท้ (superficial dermis)  และเซลล์แมโครฟาจ (macrophages) ในเนื้อเยื่อน้ำเหลือง หลังจากการค้นพบนี้ได้มีการให้ความสำคัญของความชุกใน การติดเชื้อร่วมกันระหว่าง PCV-2 และ PPV ในสุกรขุน มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสุกรที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ

 

 

 

การฉีดวัคซีน PCV-2 แบบปูพรมส่งผลต่อการติดเชื้อร่วมของโรคอื่น ๆ อย่างไร ?

 

การติดเชื้อร่วมระหว่าง PCV-2 และ PPV ในสุกรที่ เป็นโรคผิวหนังอักเสบ ที่เกิดจากเชื้อ Staphylococcus  hyicus ถึง 40% ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการ มีส่วนสำคัญของ PPV ในสุกรที่มีการติดเชื้อ PCV-2 ในภาคสนาม

การควบคุมเชื้อโรค PCV มักอยู่บนพื้นฐานของ การจัดการและโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสม โดยวัคซีน ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพเพียงพอในการลดความรุน แรงของโรคและเพิ่มดัชนีการผลิต โดยวัคซีนจะช่วย ให้การติดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด (viremia) ลดลง  แต่ต้องคำนึงไว้เสมอว่าวัคซีน PCV-2 ในปัจจุบันยัง ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ซึ่งจะทำให้การวินิจ ฉัยการติดเชื้อร่วมยากขึ้น เนื่องจากสุกรที่ติดเชื้อ  PCV-2 อาจแสดงอาการไม่ชัดเพราะมีภูมิคุ้มกันจาก วัคซีนอยู่

 

 

ให้ความสำคัญกับ PPV มากขึ้น

 

ปกติแล้วการทำวัคซีน PPV อย่างสม่ำเสมอในสุกรสาว และสุกรนางในฝูงมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะนอกจาก จะช่วยลดความรุนแรงของกลุ่มอาการทางระบบสืบพันธุ์ (Stillbrith, mummification, embryonic death, infertility; SMEDI) ที่เกิดจาก PPV แล้ว ยังจะช่วยลด การแพร่ของเชื้อจากแม่ไปสู่ลูกสุกร ซึ่งจากข้อมูลทางวิชา การทำให้เราได้ตระหนักถึงบทบาทของ PPV ต่อโรคอื่น ๆ เช่น PCV-2, ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น ทางแอมโก้เวท จึงอยากให้เกษตรกรทุกท่านให้ความสำคัญกับการทำ วัคซีน PPV ในแม่พันธุ์อย่างสม่ำเสมอ คือในสุกรสาว 2 เข็มเพื่อเตรียมเข้าฝูงแม่พันธุ์ และ 1 เข็มในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังคลอด โดยทางแอมโก้เวทเป็นตัวแทนจำหน่าย วัคซีนPPV จากบริษัทซีว่า (LaboratoriosSyva S.A.;  Syva) จากประเทศสเปนโดยมีทั้ง Synparvที่เป็นวัคซีน ป้องกันโรค PPV และ Synparv MRL ที่ป้องกันโรค PPV, ฉี่หนู (Leptospirosis)และ ไข้หนังแดง (Erysipelas)

 

บทความอื่นๆ
ความเครียดจากความร้อน ภัยเงียบที่ห้ามมองข้าม

            สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตไม่แพ้โรคระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุกรในเล้าคลอดที่ค่อนข้างมีความไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น             เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา การระบายความร้อนจึงทำได้ยาก เมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดสุกรจะระบายความร้อนด้วยการหอบหายใจถี่ ๆ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลือด จนนำไปสู่ภาวะ เลือดเป็นด่าง (Respiratory Alkalosis) ซึ่งภาวะนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบการทำงานของร่ายกายเกิดความผิดปกติ            ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้แม่สุกรกินอาหารได้น้อยลง จนต้องดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้แม่สุกรผอมโทรม มีแผลที่หัวไหล่ และยังส่งผลกระทบต่อรอบการผลิตถัดไป ทำให้อัตราการผสมติดต่ำลง นอกจากนี้ ภาวะเลือดเป็นด่าง จะทำให้ระดับแคลเซียมอิสระในเลือดต่ำลง ส่งผลให้มดลูกไม่มีแรงบีบตัว ระยะเวลาคลอดจึงยาวนานขึ้นเกิน 3-4 ชั่วโมง  เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตายแรกคลอด (Stillborn) สูงขึ้นจากการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ […]

15 Jun 2026
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save