เทคนิคการจับสัด-ผสมเทียมที่ดี – เพิ่มผลผลิตให้แก่ฟาร์ม

เทคนิคการจับสัดผสมเทียมที่ดี เพิ่มผลผลิตให้แก่ฟาร์ม 

– จะทำอย่างไรให้การจัดการจับสัดให้ประสบความสำเร็จ??   

– แดนบรีดพบว่าวิธีการจับสัดที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้แม่พันธุ์ให้ผลผลิตดียิ่งขึ้น

– ทีมวิชาการแอมโก้เวท มีเคล็ดไม่ลับมาแชร์ให้ทุกคน เพื่อเพิ่มผลผลิตของฟาร์ม

ประเด็นสำคัญ

  1. เวลาที่ควรเริ่มเช็คสัดแม่หมู
  2. พ่อเช็คสัดหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม
  3. แม่หมูยืนนิ่ง จุดสำคัญของการจับสัดที่แม่นยำ
  4. อาการที่บ่งบอกการเป็นสัด
  5. เทคนิคกระตุ้นการเป็นสัด 5 ขั้นตอนตามแบบฉบับแอมโก้ฟาร์ม
  6. การวางแผนผสมเทียม
  7. บอร์เบทเทอร์ ตัวช่วยในการเช็คสัด

1. เราควรเริ่มเช็คสัดตอนไหน ?? เพื่อหาแม่หมูที่พร้อมสำหรับการผสม

– แม่หมูหลังหย่านม ควรทำการเช็คสัดอย่างน้อย 1 ครั้ง/วัน ตั้งแต่ 3 วันหลังหย่านมจนถึงเริ่มผสมเทียม

– แม่ตกค้าง เช่นแม่นม แม่ที่มีปัญหา ควรมีการเช็คสัด อย่างน้อยวันละครั้ง ตั้งแต่วันแรกจนถึงถึงเริ่มผสมเทียม

 

      2. พ่อเช็คสัด 

– พ่อหมูเดินเช็คสัด หากมีควรสลับใช้เพื่อให้มีกลิ่นฟีโรโมนที่แตกต่างกัน
– อัตราส่วนจำนวน แม่หมู: พ่อกระตุ้นสัด : คือ 1:250 ตัว
พ่อกระตุ้นสัด  1 ตัว ยืนหน้าแม่หมู 5-6 ตัว
ควรมีการจมูกชนจมูกของพ่อและแม่หมู
เปลี่ยนชุดพ่อเช็คสัดทุก 6-18 เดือน

 

 

 

 

    แม่หมูยืนนิ่ง จุดสำคัญ ของการจับสัดที่แม่นยำ

– จุดสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการผสมเทียมสุกร คือ วิธีการจับสัดที่ถูกต้องและวิธีการผสมเทียมที่ถูกเวลา
– โดยปกติแล้ว แม่หมูสุขภาพดี จะเป็นสัดทุก 18-23 วัน หรือ 4-5 วันหลังหย่านม
แม่หมูจะมีการตกไข่ ณ ช่วงเวลา 2/3 ของการยืนนิ่ง ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผสมคือ ก่อนตกไข่ 24 ชั่วโมง จนถึง 4 ชั่วโมงหลังตกไข่
การกระตุ้นการเป็นสัดในแม่หมู ทำให้ฮอร์โมน oxytocin หลั่งมากขึ้น
    ซึ่งตัวฮอร์โมนนี้ ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดการหดตัว ส่งผลต่อการยืนนิ่งของแม่หมู
การใช้พ่อหมูเช็คสัดที่มีสุขภาพแข็งแรง และมีความกำหนัดสูง จะยิ่งทำให้พ่อหมูปลดปล่อยฟีโรโมน กระตุ้นการเป็นสัดของแม่หมูได้ดียิ่งขึ้น

 

    อาการที่บ่งบอกการเป็นสัด เพื่อการจับสัดที่ถูกต้อง

– ยืนนิ่ง ตอบสนองต่อน้ำหนักกดทับ
– หูตั้ง
– ส่งเสียงครางซ้ำๆ
ยืนนิ่งขาเกร็ง
จิ๋มบวม มีเมือก

 

 

    เทคนิคกระตุ้นการเป็นสัด 5 ขั้นตอน 

 

 

การกระตุ้น 5 ขั้นตอน คือ การเลียนแบบการกระตุ้นของพ่อหมู โดยนำไปใช้ใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ การกระตุ้นการเป็นสัด การตรวจสัด และ
การผสมเทียม ซึ่งทำให้แม่หมูยืนนิ่งนานขึ้นขณะผสม มดลูกบีบตัวได้ดีขณะเดินน้ำเชื้อ ส่งผลให้อัตราการผสมติดดีขึ้นและจำนวนตัวอ่อนที่ผสมติดเพิ่มขึ้นทำให้ลูกสุกรดกขึ้น โดยมีขั้นตอนดังนี้

 

 

    ผลดีของการใช้วิธีการกระตุ้น 5 ขั้นตอน คือ ช่วยให้แม่หมูยืนนิ่งนานขึ้นขณะผสม มดลูกบีบตัวได้ขณะเดินน้ำเชื้อ ส่งผลดีต่อ อัตราการผสมติดที่ดีมากขึ้น จำนวนตัวอ่อนที่ผสมติดเพิ่มขึ้น ลูกดกขึ้น

    – การวางแผนผสมเทียม 

 

 

ในปัจจุบัน สถานการณ์ของการเลี้ยงสุกรมีความเปลี่ยนแปลงไป

    เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรค ASF ทำให้บางฟาร์ม พ่อหมูเป็นแหล่งระบาดของโรคภายในฟาร์ม หลายฟาร์มเลือกที่จะไม่มีพ่อหมูจนเกิดการขาดแคลนพ่อหมูเกิดขึ้นในฟาร์ม และการใช้พ่อเช็คสัดยังเป็นจุดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในฟาร์ม การใช้ฟีโรโมนเพื่อทดแทนการใช้พ่อหมูจึงเป็นทางออกที่สำคัญ

 

 

บอร์เบทเทอร์ 

ผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียว ที่มีฟีโรโมนที่สำคัญในน้ำลายของพ่อหมูถึง 3 ชนิด

– ช่วยกระตุ้นให้แม่หมูแสดงอาการเป็นสัดชัดเจน
ปลอดภัย ใช้สะดวก
เพียงสเปรย์โดยตรงที่จมูกของแม่หมู ห่างประมาณ 15-20 เซนติเมตร

 

บทความอื่นๆ
ความเครียดจากความร้อน ภัยเงียบที่ห้ามมองข้าม

            สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตไม่แพ้โรคระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุกรในเล้าคลอดที่ค่อนข้างมีความไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น             เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา การระบายความร้อนจึงทำได้ยาก เมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดสุกรจะระบายความร้อนด้วยการหอบหายใจถี่ ๆ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลือด จนนำไปสู่ภาวะ เลือดเป็นด่าง (Respiratory Alkalosis) ซึ่งภาวะนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบการทำงานของร่ายกายเกิดความผิดปกติ            ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้แม่สุกรกินอาหารได้น้อยลง จนต้องดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้แม่สุกรผอมโทรม มีแผลที่หัวไหล่ และยังส่งผลกระทบต่อรอบการผลิตถัดไป ทำให้อัตราการผสมติดต่ำลง นอกจากนี้ ภาวะเลือดเป็นด่าง จะทำให้ระดับแคลเซียมอิสระในเลือดต่ำลง ส่งผลให้มดลูกไม่มีแรงบีบตัว ระยะเวลาคลอดจึงยาวนานขึ้นเกิน 3-4 ชั่วโมง  เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตายแรกคลอด (Stillborn) สูงขึ้นจากการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ […]

15 Jun 2026
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save