แกะรอยการแพร่กระจาย: FMD เข้าฟาร์มคุณได้อย่างไร ?

ในการควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ความเข้าใจเกี่ยวกับระบาดวิทยาและกลไกการแพร่เชื้อ (Transmission Dynamics) คือกุญแจสำคัญ เชื้อไวรัส FMD ไม่เพียงแต่ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติในการแพร่กระจายผ่านปัจจัยแวดล้อมที่หลากหลาย ทำให้การป้องกันทำได้ยากหากไม่มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ที่รัดกุม

 

 

  1. ช่องทางการติดต่อหลัก: ลม, ยานพาหนะ, คน และการเคลื่อนย้ายสัตว์

เชื้อไวรัส FMD สามารถแพร่กระจายจากฟาร์มหนึ่งไปสู่อีกฟาร์มหนึ่งได้ผ่านทางหลัก ดังนี้:

            การเคลื่อนย้ายสัตว์: เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด การนำหมูที่มีเชื้อ (แม้ยังไม่แสดงอาการ) เข้ามาในฝูง หรือการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยผ่านพื้นที่ชุมชน จะทำให้เชื้อกระจายสู่สิ่งแวดล้อมผ่านน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ และขี้หมู

            ยานพาหนะ: รถขนส่งอาหาร รถจับหมู หรือรถขยะ ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรค หรือการฆ่าเชื้อโรคไม่ทั่วถึง สามารถนำเชื้อที่ปนเปื้อนจากถนนหรือฟาร์มอื่นเข้าสู่เขตสะอาดของฟาร์มได้

            คน: เชื้อไวรัสสามารถติดไปกับเสื้อผ้า รองเท้าบูท หรือแม้กระทั่งในโพรงจมูกของคนที่สัมผัสสัตว์ป่วย (เชื้อสามารถอยู่ในโพรงจมูกมนุษย์ได้นานถึง 24–48 ชั่วโมง)

การแพร่กระจายทางอากาศ: ในสภาวะอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง (มากกว่า 60%) และลมพัดนิ่ง เชื้อไวรัส FMD ที่ถูกปล่อยออกมาจากการหายใจของหมู (ซึ่งปล่อยเชื้อปริมาณมหาศาล) สามารถลอยไปตามลมได้ไกลหลายกิโลเมตร

  1. พาหะที่คาดไม่ถึง: นก หนู และแมลง

นอกจากปัจจัยหลักข้างต้น สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในฟาร์มยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “พาหะเชิงกล”

นกและหนู: แม้สัตว์เหล่านี้จะไม่ติดโรค FMD จนแสดงอาการ แต่สามารถนำเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนตามเท้า ขน หรือปาก จากเล้าที่ติดเชื้อไปยังเล้าที่ยังสะอาดอยู่ได้ผ่านการปนเปื้อนในรางอาหารและแหล่งน้ำ

            แมลง: แมลงวันหรือแมลงดูดเลือดสามารถนำเชื้อที่ติดอยู่ตามรยางค์ร่างกายไปสัมผัสกับบาดแผลหรือเยื่อบุของหมูตัวอื่น ทำให้เกิดการติดเชื้อต่อเนื่องภายในฟาร์มได้อย่างรวดเร็ว

  1. ระยะฟักตัว: ช่วงเวลาอันตรายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ระยะฟักตัวของโรค FMD ในหมูโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2 ถึง 14 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับ (Infective dose) และช่องทางการรับเชื้อ

ความน่ากลัวของระยะฟักตัว:

            Pre-clinical Shedding: หมูสามารถแพร่เชื้อไวรัสออกมาสู่สิ่งแวดล้อมได้ทางลมหายใจและสิ่งคัดหลั่ง 1–2 วันก่อนที่จะเริ่มแสดงอาการ ตุ่มพองหรือไข้ขึ้น

            The Silent Spread: ในช่วงเวลานี้ เกษตรกรมักจะไม่ทราบว่าหมูป่วย จึงยังคงดำเนินกิจกรรมในฟาร์มตามปกติ เช่น การย้ายคอก หรือการขายหมู ทำให้เชื้อแพร่กระจายไปทั่วทั้งฟาร์มหรือออกสู่ภายนอกโดยไม่ตั้งตัว

การแพร่ระบาดของ FMD ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจาก “ห่วงโซ่การติดต่อ” ที่ซับซ้อน การควบคุมโรคที่มีประสิทธิภาพจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การตัดวงจรเหล่านี้ ทั้งการจำกัดการเคลื่อนย้าย การฆ่าเชื้อยานพาหนะ และการควบคุมสัตว์พาหะอย่างเคร่งครัด

เอกสารอ้างอิง (References)

Donaldson, A. I., & Alexandersen, S. (2002). Predicting the spread of foot and mouth disease by airborne virus. Revue Scientifique et Technique (International Office of Epizootics), 21(3), 569-575.

Miteva, A., et al. (2020). Mechanical transmission of Foot-and-Mouth Disease Virus by rodents and birds: A review. Veterinary Sciences, 7(4), 163.

Sellers, R. F. (1971). Quantitative aspects of the spread of foot-and-mouth disease. Veterinary Bulletin, 41, 431-439.

World Organisation for Animal Health (WOAH). (2023). Foot and Mouth Disease: Transmission and Propagation.

สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ. (2565). คู่มือการปฏิบัติงานเพื่อการควบคุมโรคปากและเท้าเปื่อยในระดับฟาร์ม. กรมปศุสัตว์.

บทความอื่นๆ
ความเครียดจากความร้อน ภัยเงียบที่ห้ามมองข้าม

            สถานการณ์อากาศร้อนในประเทศไทยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น จะก่อให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการผลิตไม่แพ้โรคระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแม่สุกรในเล้าคลอดที่ค่อนข้างมีความไวต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น             เนื่องจากสุกรเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา การระบายความร้อนจึงทำได้ยาก เมื่อเผชิญอากาศร้อนจัดสุกรจะระบายความร้อนด้วยการหอบหายใจถี่ ๆ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลือด จนนำไปสู่ภาวะ เลือดเป็นด่าง (Respiratory Alkalosis) ซึ่งภาวะนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบการทำงานของร่ายกายเกิดความผิดปกติ            ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่งผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมความหิว ทำให้แม่สุกรกินอาหารได้น้อยลง จนต้องดึงไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้แม่สุกรผอมโทรม มีแผลที่หัวไหล่ และยังส่งผลกระทบต่อรอบการผลิตถัดไป ทำให้อัตราการผสมติดต่ำลง นอกจากนี้ ภาวะเลือดเป็นด่าง จะทำให้ระดับแคลเซียมอิสระในเลือดต่ำลง ส่งผลให้มดลูกไม่มีแรงบีบตัว ระยะเวลาคลอดจึงยาวนานขึ้นเกิน 3-4 ชั่วโมง  เพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตายแรกคลอด (Stillborn) สูงขึ้นจากการขาดออกซิเจน นอกจากนี้ […]

15 Jun 2026
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save