Checklist อาการต้องสงสัย: หมูของคุณกำลังเป็น FMD หรือไม่?

การตรวจพบโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) ได้รวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่เกิดการติดเชื้อ คือปัจจัยตัดสินว่าฟาร์มจะรอดพ้นจากวิกฤตหรือไม่ เนื่องจากปริมาณเชื้อที่หมูปล่อยออกมาจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณตามระยะเวลาที่แสดงอาการ

 

 

  1. การสังเกตตุ่มพอง: รอยโรคจำเพาะของโรค

ลักษณะเด่นที่สุดของ FMD คือการเกิดตุ่มน้ำพอง (Vesicles) ซึ่งเกิดจากการที่ไวรัสเข้าไปทำลายเซลล์ชั้นเยื่อบุผิว โดยจุดที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดมี 3 ตำแหน่งหลัก:

  • บริเวณจมูกและริมฝีปาก: เริ่มต้นจากการเป็นจุดแดง พัฒนาเป็นตุ่มน้ำใส และจะแตกออกภายใน 24 ชั่วโมง กลายเป็นแผลหลุมแดง ที่ขอบแผลขรุขระ

  • บริเวณกีบเท้า: ตุ่มน้ำมักเกิดบริเวณไรกีบ (ขอบรอยต่อระหว่างผิวหนังกับกีบ) และร่องกีบ หากอาการรุนแรงตุ่มน้ำจะลามไปถึงส้นเท้า ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเน่าเสียและเกิดภาวะ กีบหลุด”

  • บริเวณเต้านม: ในแม่หมูให้นม อาจพบตุ่มพองที่บริเวณหัวนม ทำให้แม่หมูเจ็บปวดและไม่ยอมให้ลูกกินนม

  1. อาการทางอ้อม: สัญญาณเตือนก่อนเห็นรอยโรค

ในบางครั้ง ตุ่มน้ำอาจยังไม่ชัดเจนหรือหลบซ่อนอยู่ตามร่องกีบ ให้สังเกตพฤติกรรมผิดปกติที่มักเกิดขึ้นล่วงหน้า ดังนี้:

  • ไข้สูง: หมูจะมีอุณหภูมิร่างกายสูงถึง 40-41°C (104-106°F) ตัวร้อนจัดและนอนสุมกัน

  • เดินกะเผลก: เป็นสัญญาณเริ่มแรกที่พบบ่อยที่สุดในหมูขุน หมูจะลุกยืนลำบาก เจ็บเท้า กระวนกระวาย หรือนอนบ่อยขึ้น

  • น้ำลายไหลนย้อย: เนื่องจากการอักเสบในช่องปากทำให้หมูเกิดความเจ็บปวด ไม่ยอมกลืนน้ำลาย หรือกลืนน้ำลายลำบาก และจะพบหมูมีการ “สะบัดปาก” หรือทำเสียงเคี้ยวปาก

  • เบื่ออาหาร: หมูจะหยุดกินอาหารกะทันหัน ซึ่งส่งผลให้ปริมาณอาหารที่เหลือในรางมากผิดปกติ

  1. การวินิจฉัยแยกโรค (Differential Diagnosis)

ความท้าทายที่สุดของโรค FMD คืออาการแทบจะ แยกไม่ได้ จากโรคในกลุ่ม Vesicular Diseases อื่นๆ หากมองด้วยตาเปล่า โรคที่มีอาการคล้ายคลึงกันได้แก่

 

 

 

 

เอกสารอ้างอิง (References)

Kittelberger, R., et al. (2011). Comparative evaluation of real-time RT-PCR assays for the detection of foot-and-mouth disease virus. Journal of Virological Methods, 177(1), 1-10.

Laddy, D. J., et al. (2007). Immunogenicity of novel consensus-based DNA vaccines against Foot and Mouth Disease Virus. Vaccine, 25(16), 2984-2989.

Vannier, P., et al. (2007). Swine Vesicular Disease. The Pig Journal, 60, 112-121.

กองสารวัตรและกักกัน. (2567). แนวทางการเฝ้าระวังโรคทางอาการในหมูขุนและแม่พันธุ์. กรมปศุสัตว์.

Zimmerman, J. J., et al. (2019). Diseases of Swine (11th ed.). Wiley-Blackwell.

บทความอื่นๆ
มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ

มันกบดานอยู่ในทอนซิล ความเป็นจริงที่น่าตกใจ โรคปอดบวมและเยื่อหุ้มปอดอักเสบในหมู (Porcine Pleuropneumonia) ที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย Actinobacillus pleuropneumoniae หรือ APP เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั่วโลก แม้ว่าอาการเด่นชัดจะปรากฏในหมูระยะขุน เช่น การตายเฉียบพลันโดยมีเลือดปนฟองออกมาทางจมูก หรือการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง แต่ต้นตอที่แท้จริงของปัญหามักเริ่มต้นที่ฝูง “แม่พันธุ์” เชื้อ APP มีคุณสมบัติพิเศษในการเป็นเชื้อประจำถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องปากและทางเดินหายใจ โดยเฉพาะที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง ทอนซิล (Tonsils) ซึ่งเปรียบเสมือนที่กบดานลับลับที่เชื้อใช้หลบเลี่ยงระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของยาปฏิชีวนะบางชนิด ทำให้แม่หมูกลายเป็นพาหะ หรือตัวอมโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อไปยังลูกหมูผ่านการสัมผัสใกล้อย่างชิดในช่วงของการเลี้ยงลูกในโรงเรือนคลอด   การกบดานในทอนซิลและการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก   ทอนซิล: แหล่งที่อยู่สำคัญ โครงสร้างของทอนซิลหมูมีลักษณะเป็นร่อง (Crypts) ซึ่งเอื้อต่อการยึดเกาะของเชื้อ APP โดยใช้ Fimbriae และ Adhesins เชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณนี้โดยไม่ก่อให้เกิดรอยโรคในแม่พันธุ์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับหนึ่งแล้ว แต่เชื้อยังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเมื่อสภาวะร่างกายของแม่หมูเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อเพิ่มจำนวน ในช่วงระยะก่อนคลอดและขณะเลี้ยงลูก (Periparturient period) แม่หมูจะเผชิญกับสภาวะเครียดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมน ส่งผลให้ระดับภูมิคุ้มกันเฉพาะจุดลดลง เชื้อ APP ที่กบดานอยู่ในทอนซิลจะเริ่มเพิ่มจำนวน และขับออกมาทางน้ำลายหรือสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ส่งผ่านไปยังลูกหมูที่เกิดใหม่ซึ่งยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอจึงได้รับเชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) และกลายเป็นพาหะในระยะถัดมา […]

9 Apr 2026
ตัดตอน… ความเสียหาย ที่ไม่จำเป็น : หยุดวิกฤต PRDC สู่กำไรที่ยั่งยืนด้วย RHINANVAC PIG โดย หมอโอ๊ด

ในโลกของการเลี้ยงหมูยุคปัจจุบัน “ความสูญเสีย” ไม่ได้หมายถึงแค่การตายของหมูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น ทั้งค่ายารักษาโรคที่บานปลายจากภาวะการเจ็บป่วยแบบเรื้อรัง อัตราการเจริญเติบโตที่ถูกขัดขวาง และประสิทธิภาพการผลิตที่ลดลง ซึ่งอุปสรรคสำคัญที่คอยบ่อนทำลายผลผลิตของฟาร์มอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคงหนีไม่พ้น กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจซับซ้อนในหมู หรือ PRDC (Porcine Respiratory Disease Complex) ที่มีเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดเป็นตัวการสำคัญ หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาหมูแคระแกร็น โตช้า หรือต้องจ่ายค่ายาจำนวนมหาศาลเพื่อรักษาอาการโรคปอดอักเสบ ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “ตัดตอน” ความเสียหายเหล่านี้ทิ้งไป ด้วยนวัตกรรมวัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับแบคทีเรียตัวร้ายที่เป็นต้นเหตุของ PRDC โดยเฉพาะ RHINANVAC PIG พลังปกป้อง 6-in-1 ในหนึ่งเดียว RHINANVAC PIG ไม่ใช่แค่วัคซีนทั่วไป แต่คือเกราะคุ้มกันสุขภาพให้หมู ที่รวบรวมเชื้อแบคทีเรียตัวสำคัญ 5 ชนิด พร้อมสารพิษ (Dermonecrotoxin) ที่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในระบบทางเดินหายใจของหมูไว้ในโด๊สเดียว ได้แก่:          Bordetella bronchiseptica, Pasteurella multocida type D และ Dermonecrotoxin (P. multocida) ต้นเหตุสำคัญของโรคโพรงจมูกอักเสบHaemophilus parasuis (Glaesserella […]

15 Feb 2026
ฟื้นฟูหลังวิกฤต: ล้างฟาร์มอย่างไรให้กลับมาลงหมูได้ใหม่?

เมื่อพายุการระบาดของ FMD เริ่มสงบลง สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ “ความชะล่าใจ” เพราะเชื้อไวรัสอาจยังหลบซ่อนอยู่ในจุดที่คุณคาดไม่ถึง การล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในฟาร์มเพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่  ไม่ใช่แค่การฉีดน้ำล้างคอก แต่คือกระบวนการที่ต้อง “ฆ่าเชื้อให้สิ้นซาก” เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 1. ยุทธการ Deep Cleaning: การทำความสะอาด 3 ชั้น การล้างฟาร์มหลังพบโรคระบาดต้องทำอย่างเป็นระบบ ดังนี้: ชั้นที่ 1: ขจัดอินทรียวัตถุ: เมื่อย้ายหมูออกจนหมดแล้ว นำอุปกรณ์ที่สามารถถอดได้ออกมาล้างด้านนอกโรงเรือน ขูดแซะขี้หมูและคราบอาหารที่แห้งกรังออกให้สะอาด จนเหลือเพียงพื้นผิวเปล่าๆ เพื่อกำจัดเชื้อไวรัส FMD ภายใต้เกราะกำบังของอินทรียวัตถุออกให้มากที่สุด และเป็นการเปิดโอกาสให้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้ออกฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ชั้นที่ 2: ล้างด้วยน้ำแรงดันสูงและสารซักฟอก: ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงร่วมกับน้ำยาล้างคอก ช่วยสลายคราบไขมันที่ไวรัสเกาะติดอยู่ การล้างในขั้นตอนนี้จะช่วยลดจำนวนเชื้อลงได้มากกว่า 90% ชั้นที่ 3: การฆ่าเชื้อซ้ำ: ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพสูง (เช่น กลุ่มด่างรุนแรง หรือ Aldehyde) ทิ้งไว้ให้เปียกชุ่มพื้นผิวอย่างน้อย 30-60 นาที แล้วปล่อยให้แห้งสนิท 2. การจัดการ “จุดอับ” และระบบสาธารณูปโภค มีรายงานการตรวจพบเชื้อไวรัส […]

15 Feb 2026
PDPA Icon

We use cookies to optimize and enhance the experience of using the website. You can learn more about the use of cookies at Cookie Policy and can choose to consent to the use of cookies. by clicking cookie settings

Privacy Preferences

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for Necessary Cookies.

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Necessary Cookies
    Always Active

    These types of cookies are essential for the website's operation, i.e. cookies that enable the website to perform basic functions and to allow the website to function normally, such as navigating the website pages. or enable visitors/users of the website to log in and access parts of the website that are reserved for members only. The website will not function properly without these cookies being collected. Therefore, you cannot disable these types of cookies through the system of the Company's website. These cookies do not store information that can personally identify you in any way.

Save