เลี้ยงหมูขุน ในช่วงฤดูร้อน
ประเทศไทยของเราปกติมี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนที่สุด
ซึ่งเรากำลังอยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนมาก สู่ฤดูร้อนที่สุด
จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
คาดว่าในเดือนเมษายน 2563 อุณหภูมิจะสูงขึ้นมาก

แน่นอนว่าอากาศร้อนขนาดนี้
กระทบโดยตรงต่อคนเลี้ยงหมูในทุก ๆ ช่วงอายุ
ในส่วนของหมูขุน ผลจากความร้อนทำให้สุดท้าย
หมูจะโตช้าลง

 

เหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ความร้อนมีผลกระทบต่อหมูสูงเนื่องจาก

1. หมูไม่มีต่อมเหงื่อ ดังนั้นจึงทำให้การระบายความร้อนออกจากร่างกายค่อนข้างจำกัด

2.เมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายแล้ว หมูมีปอดไม่ใหญ่ ดังนั้นการหอบหายใจจึงช่วยได้ในระดับหนึ่ง

3.หมูมีชั้นไขมันค่อนข้างหนา ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนไม่ให้ออกจากร่างกาย หมูก็จะเก็บความร้อนเอาไว้ในร่างกายนานมากขึ้น

4.หมูที่โตเร็ว มีแนวโน้มสร้างความร้อนมากขึ้น

สิ่งที่หมูปรับตัวสู้กับความร้อน ได้แก่
การลดกิจกรรมลง
นอนเอาตัวแนบกับพื้นคอก
เพิ่มการกินน้ำ
หายใจหอบ
กินอาหารลดลง
ซึ่งทั้งหมดนี้ ส่งผลสุดท้ายคือ หมูจะโตช้าลง
และแน่นอน ต้นทุนการผลิตหมูต่อตัว ในช่วงอากาศร้อน
อาจเพิ่มขึ้นถึง ตัวละ 500-600 บาทเลยทีเดียว
ดังนั้นร้อนนี้ อย่าปล่อยให้หมูขุนของเราต้องร้อนอย่างเดียวดาย
แนวทางที่เราพอจะช่วยสนับสนุนหมูของเราให้ผ่านช่วงอุณหภูมิที่วิกฤตไปได้มีอะไรบ้าง ไปดูกัน
เตรียมการรับมือกับอากาศร้อนให้ได้มากที่สุด
แล้วเราก็จะผ่านฤดูร้อนนี้ไปด้วยกัน
บทความอื่นๆ
สุขภาพดี ผลผลิตดี เริ่มต้นจากอะไร

สุขภาพดี ผลผลิตดี เริ่มต้นจากอะไร?  จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพที่ดี ผลผลิตที่ดี เริ่มจากการมี Gut health หรือ สุขภาพของทางเดินอาหารที่ดี เพราะ สุขภาพของทางเดินอาหาร (Gut health) เป็นเรื่องสำคัญของสัตว์และมีบทบาทต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยทางเดินอาหารเป็นจุดเริ่มต้นของภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตที่ดีต้องมาจาก สุขภาพของทางเดินอาหาร ที่ดี ปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพของทางเดินอาหาร  1.สารอาหารที่ได้รับ 2.จุลชีพประจำถิ่นในทางเดินอาหาร| 3.ความแข็งแรงรอยต่อของเซลล์เยื่อเมือกทางเดินอาหาร 4.การกินได้ของสัตว์   จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารหรือ Gut microbiome จุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร (Gut microbiome)  ไม่ใช่แค่เพียงช่วยในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร เท่านั้น ยังช่วยในเรื่อง…… การสร้างวิตามิน               การกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย การปกป้องร่างกายจากการบุกรุกของเชื้อก่อโรค  จุลินทรีย์ในทางเดินอาหารมีความสำคัญมากต่อสุขภาพของสัตว์ ดังนั้น ต้องดูแลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารให้ดีที่สุด  ตัวช่วยในการดูแลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร  ได้แก่ โปรไบโอติกส์ พรีไบโอติก กรดอินทรีย์ ไฟโตนิวเทรียนท์ เอนไซม์ ตัวจับสารพิษจากเชื้อรา ฯลฯ โปรไบโอติกส์ จุลชีพมีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  ช่วยปรับสมดุลจุลชีพในทางเดินอาหาร  เช่น Bacillus spp., Lactobacillus […]

21 Sep 2021
วัวจะเป็นอย่างไร ? ถ้าสุขภาพทางเดินอาหารมีปัญหา

  วัวเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง กินพืชเป็นอาหารหลัก  ระบบทางเดินอาหารจึงมีความซับซ้อนกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยว ต้องจะอาศัย จุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร เป็นตัวช่วย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพทางเดินอาหาร เมื่อสุขภาพทางเดินอาหารมีปัญหา…. การย่อยอาหารทำงานไม่ดี การเจริญเติบโตของวัวลดลง ผลผลิตเนื้อ น้ำนม จะลดลง  ผลผลิตและสุขภาพที่ดี ต้องเริ่มมาจากการมีจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารที่ดี สปอร์ไซม์–ฟอร์ต  นวัตกรรมใหม่ของโปรไบโอติกส์ อยู่ในรูปของเอนโดรสปอร์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเดินอาหาร  เพิ่มอัตราการเจริญเติบโต  เพิ่มปริมาณน้ำนม ปรับสมดุลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร ลดกลิ่นและแก๊สที่ไม่พึงประสงค์ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยอาหาร เหมาะสำหรับสัตว์ทุกช่วงอายุ อัตราการใช้ 0.5-1 กิโลกรัม/ตันอาหาร สปอร์ไซม์-ฟอร์ต ประกอบไปด้วย โปรไบโอติกส์ ในรูปเอนโดสปอร์      -Bacillus subtilis      -Clostridium butyricum เอนโดสปอร์ใน สปอร์ไซม์-ฟอร์ตทนทานต่อความร้อนได้ยาวนาน เอนโดสปอร์ใน สปอร์ไซม์-ฟอร์ตทนทานต่อกรดได้มากกว่า (pH 2.5) เอนโดสปอร์ใน สปอร์ไซม์-ฟอร์ตทนทานต่อความร้อนจากการอัดเม็ดและเก็บได้นานกว่า ช่วยปรับสมดุลจุลชีพในทางเดินอาหาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหาร ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโต กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดกลิ่นและแก๊สไม่พึงประสงค์ ผลิตภายใต้มาตรฐาน […]

20 Sep 2021